คดีตัวอย่างชัยชนะของผู้บริโภค
กรณีศึกษา ปัญหารถยนต์ เมื่อผู้บริโภคลุกขึ้นใช้สิทธิ

"ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก็คือ การฟ้องร้องที่ต้องมีค่าใช้จ่าย อย่างเช่นกรณีของนายทวีศักดิ์ที่ใช้เงินไปกับการนี้ทั้งสิ้นกว่า 1 แสนบาท ทำให้เป็นการยากสำหรับคนที่มีเงินไม่มากพอจะดำเนินการในเรื่องที่ไม่สามารถแน่ใจได้อย่างแน่ชัดว่าจะชนะคดีหรือไม่"
เห็นว่าน่าสนใจดีเลยคัดมาให้อ่านกันเป็นก้าวแรกในสิทธิของผู้บริโภคครับ

ปัญหาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายมีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่จำกัดเฉพาะสินค้าใดสินค้าหนึ่งเท่านั้น การร้องเรียน การฟ้องร้อง จึงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และมีทั้งที่ลงเอยด้วยดี ตกลงกันไม่ได้ หรือแม้แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย

ในขณะที่สินค้าประเภทรถยนต์ ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ต้นตอและลักษณะของปัญหาก็แตกต่างกันออกไป ปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีการร้องเรียนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) องค์กรเอกชน รวมไปถึงการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ซึ่งในส่วนของสื่อบางครั้งก็เกิดปัญหากับผู้ร้องเรียนที่มักกล่าวในทำนองว่า สื่อโดนบล็อกจากผู้ผลิตรถยนต์ โดยที่ไม่ได้ดูว่าการร้องเรียนนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

ปัญหาหลายๆ ประการที่เกิดขึ้น บางครั้งก็เกิดจากความไม่เข้าใจของผู้บริโภค การติดสินใจที่ผิดพลาด และก็มีที่ผิดพลาดจากผู้ผลิตจริงๆ ก็มีเช่นกัน

ปัญหาความไม่เข้าใจที่บางที่ก็ยากจะพิจารณาสาเหตุ และสรุปว่าใครผิดพลาดก็มีเช่นกัน ดังเช่นกรณีของถุงลมนิรภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ว่ารถชนแล้วทำไม่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน

กรณีของถุงลมนิรภัย เป็นเรื่องที่พูดกันอย่างกว้างขวาง หลังจากที่อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยชิ้นนี้ เริ่มเข้ามาแพร่หลายในบ้านเรามากขึ้น และคำกล่าวหาที่ผู้ขับขี่มักพูดกัน ก็คือ "อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ เพราะถุงลมไม่ทำงาน" หรือว่า "ถุงลมนิรภัยมีหน้าที่ป้องกันภัย ดังนั้น ไม่ว่ากรณีใดๆ เมื่อเกิดการชนต้องทำงาน" โดยที่ยังไม่มีการตรวจสอบว่า เงื่อนไข ทางเทคนิคกับอุบัติเหตุจริง เช่น ความแรง มุมของการชน เหมาะสมกับการที่จะทำให้ถุงลมทำงานหรือไม่

แต่ประเด็นนี้ ครั้งหนึ่งเคยมีคนโต้แย้งว่า "ในเมื่อถุงลมนิรภัย มีหน้าที่ปกป้องคนเมื่อเกิดการชน ทำไมไม่คิดทำให้ถุงลมทำงานในทุกกรณีที่เกิดการชน"

โดยไม่ได้คิดในมุมกลับกันว่า การที่ถุงลมทำงานโดยไม่สมเหตุสมผล เจ้าของรถจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล เพราะถุงลมนิรภัย 1 ใบอย่างน้อยก็ต้องใช้เงิน 5 หมื่นบาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนบาท

คำนวณแล้ว ถ้ารถราคาไม่สูงนัก ถุงลมนิรภัยมีค่าใช้จ่ายหลายสิบเปอร์เซ็นต์ของค่าตัวรถเลยทีเดียว

นั่นคือ ตัวอย่างหนึ่งในการร้องเรียนของผู้บริโภค ที่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีบ้างบางรายที่ใช้วิธีการอื่น นั่นก็คือ การฟ้องร้องในชั้นศาล

ซึ่งปัจจุบันการฟ้องร้องลูกค้ารถยนต์ต่อบริษัทรถยนต์มีอยู่หลายคดี และบางคดียังคาราคาซัง แม้จะผ่านมา 4-5 ปีแล้วก็ตาม

แต่ล่าสุด เกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจขึ้นมา เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษา วันที่ 12 พ.ย.2545 ให้บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอ็มวัน จำกัด ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ต่อความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้น ในฐานะตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ดังกล่าวในประเทศไทย ด้วยการคืนเงินให้กับนายทวีศักดิ์ อภิชาติมณีกุล ผู้เสียหาย เป็นจำนวนเงิน 2,230,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี นับแต่วันที่ 19 พ.ค.2544

คดีดังกล่าวมีการฟ้องร้องมากกว่า 1 ปี มีที่มาคือ นายทวีศักดิ์ได้ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 323 ไอเอ ให้กับลูกสาว แต่เมื่อใช้งานได้ระยะทาง 100 กม.ก็เกิดปัญหาขึ้นกับรถหลายประการด้วยการ โดยเฉพาะความบกพร่องของระบบเกียร์ จึงได้นำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถออกไปทดสอบเป็นระยะทางรวมประมาณ 200 กม.และจากนั้นได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเกียร์มีปัญหาจริง และจะดำเนินการเปลี่ยนเกียร์ให้ใหม่

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของรถ ทราบว่า เกียร์มีปัญหาจริง ทำให้ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพราะเห็นว่าเกียร์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของรถ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัย เพราะการขับขี่รถคันดังกล่าว บางช่วงรถไม่มีแรง และมีอาการว่าเครื่องยนต์จะดับ ทำให้เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงต้องการที่จะให้บริษัทซื้อรถคืน แต่บริษัทบอกว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว จึงเกิดการฟ้องร้องขึ้น

ดคีดังกล่าวในสินค้ารถยนต์ น่าจะเป็นคดีแรกที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้จำหน่ายคืนเงินให้กับผู้ซื้อ จึงนับว่าเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นตัวอย่าง และเชื่อว่า จะทำให้ภาพของการใช้สิทธิของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยคนไทยจะหันมาใช้สิทธิที่ตนเองมีกันมากขึ้น

แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก็คือ แนวทางการต่อสู้คดี ที่เป็นเหตุให้ศาลรับฟังนอกเหนือจาก การฟ้องร้องที่ต้องมีค่าใช้จ่าย อย่างเช่น กรณีของนายทวีศักดิ์ที่ใช้เงินไปกับการนี้ทั้งสิ้นกว่า 1 แสนบาท ทำให้เป็นการยากสำหรับคนที่มีเงินไม่มากพอจะดำเนินการในเรื่องที่ไม่สามารถแน่ใจได้อย่างแน่ชัดว่าจะชนะคดีหรือไม่

ทวีศักดิ์ บอกกับกรุงเทพธุรกิจ ยานยนต์ ว่า แนวทางต่อสู้คดีจะต้องพยายามเก็บหลักฐานทางเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้องให้กับศาล เช่น ข้อมูลการเข้าซ่อมทุกๆ ครั้ง

และอีกประการหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ เมื่อเกิดปัญหาต้องตัดใจจากรถ ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับเขา แม้ว่าทางศูนย์บริการจะบอกว่าเปลี่ยนเกียร์ให้แล้ว แต่ตนก็ไม่ยอมไปรับรถ รถดังกล่าวยังคงจอดค้างอยู่ที่ศูนย์บริการเอ็มวัน เช่นเดิม

"เราต้องตัดใจ เพราะถ้าไปเอารถมาใช้งาน จะเกิดข้อโต้แย้งได้"

แต่สำหรับคนทั่วไป พื้นฐานการเงินหาเช้ากินค่ำ เจียดเงินทั้งบ้าน รวมพ่อแม่พี่น้อง ซื้อรถได้หนึ่งคัน กับการไม่ได้ใช้งานเลยหนึ่งปี แถมยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย นี่คือข้อจำกัดส่วนหนึ่งที่เราพบ

ทวีศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จในฐานะผู้บริโภค และต้องการให้เป็นตัวอย่างกับผู้บริโภคอื่นๆ ทั่วไป และไม่จำเป็นจะต้องเป็นสินค้ารถยนต์เท่านั้น

ซึ่งก็ดูเหมือนว่าความสำเร็จนี้จะได้ผล เพราะหลังจากมีข่าวแพร่ออกไป มีผู้เสียหายจากการซื้อสินค้าอื่นๆ ติดต่อไปยังทวีศักดิ์เช่นกัน เช่น ผู้ที่มีปัญหาการซื้อบ้าน จากโครงการหนึ่งที่คิดว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่บางคนอาจจะไม่มีเงินพอดำเนินการฟ้องร้อง ทวีศักดิ์ให้คำแนะนำว่า ควรติดต่อผ่านหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สคบ.ที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ หากคิดในอีกแง่มุมก็จะเห็นว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นทวีศักดิ์เป็นเพราะการดำเนินการของเขาเอง ไม่ใช่หน่วยงานใด

ทวีศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องรถ และคิดจะฟ้องร้อง อย่างน้อยก็ให้สบายใจได้ข้อหนึ่งว่าขณะนี้ มีคดีตัวอย่างของรถยนต์เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการที่ศาลจะใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาคดีอื่นๆ ในครั้งต่อไป

หมายเหตุ-หวังว่าเพื่อนๆคงไม่ว่ากันนะครับไม่ค่อยเกี่ยวกับเบี้ยนเท่าไรนัก แต่อ่านแล้วรู้สึกดีเลยเอามาให้อ่านกันครับ
โดยคุณ : egg sporty - [ 19 พ.ย. 2545 , 10:43:51 น. ]
ความคิดเห็นที่ 1
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณ egg sporty ครับ ในบ้านเราผู้บริโภคมักถูกเอารัดเอาเปรียบ จากผู้ให้บริการเสมอๆ และเนื่องจากข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งทางด้านทุนทรัพย์ และอำนาจอิทธิพลต่างๆ ก็ทำให้คนในบ้านเราไม่ค่อยได้ใช้ และปกป้องสิทธิของตนได้อย่างเต็มที่อย่างคนในประเทศที่รวยๆกันในทางตะวันตก ที่ผู้ให้บริการต้องพยายามให้บริการอย่างดีที่สุด ให้ถูกใจลูกค้า เพื่อจะได้มีลูกค้ามากๆและไม่ถูกฟ้องร้องภายหลัง
โดยคุณ : คนไม่รู้ความ - [ 19 พ.ย. 2545 , 11:19:57 น.]
ความคิดเห็นที่ 2
คุณ Egg Sporty มักจะมีปกิณกะดีๆมาฝากเพื่อนๆเสมอครับ ผมขอชมเชยจากใจจริงมาณ ที่นี้ด้วยครับ
โดยคุณ : worakorn คนรักซูซูกิ - [ 19 พ.ย. 2545 , 17:12:09 น.]
ความคิดเห็นที่ 3
ก็นานๆซะครั้งหวังว่าเพื่อนๆพี่ๆคงไม่รำคาญกันนะครับ ว่า มาอีกแล้ว นอกเรื่องซะจริง แฮะๆ
โดยคุณ : egg sporty - [ 20 พ.ย. 2545 , 08:45:49 น.]
ความคิดเห็นที่ 4
ยอดเยี่ยม....................ครับ แต่ เอ.....หงัยเวลาน้องๆที่ผมไปเคลมมาแล้วใช้ไม่ได้เรื่อง เราไปฟ้องกลับแฟนเก่าเค้าไม่ได้หล่ะ..............????
โดยคุณ : เรือเกลือ - [ 20 พ.ย. 2545 , 16:23:19 น.]
ไม่พบข้อความของท่าน คลิกที่นี่
ผลัดกันถาม ช่วยกันตอบ คำถาม SUZUKI 4x4